Environ Fact! ทำไมชาวภาคตะวันออกถึงขาดแคลนน้ำ?

แชร์โพสต์นี้
Facebook
Twitter
Email
รู้หรือไม่ ระยองเป็นหนึ่งในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เป็นแหล่งรวมที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้มีความต้องการใช้น้ำในปริมาณมหาศาล โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติคาดว่า ในปี 2580 ความต้องการน้ำในพื้นที่ของ EEC จะเพิ่มสูงขึ้นอีกราวร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับระดับความต้องการน้ำในปัจจุบันเลยทีเดียว

?สถานการณ์น้ำในระยอง

โดยปกติแล้วภาคตะวันออกเผชิญกับปัญหาภัยแล้งทุกปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน โดยมีปัจจัยที่ทำให้เกิดภัยแล้งอาจมาจากปริมาณน้ำบาดาล ระยะห่างจากแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี การระบายน้ำของดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่ภัยแล้งในอดีตรอบ 10 ปี และความลาดชันของพื้นที่ ตามลำดับ

ยิ่งหากช่วงใดที่ฝนตกน้อยจะทำให้ปริมาณน้ำที่สะสมในอ่างเก็บลดน้อยลงจนไม่เพียงพอต่อการใช้สอย ประกอบกับทางจังหวัดระยองที่มีความโดดเด่นทั้ง “ผลไม้รสเด็ด” และ “อุตสาหกรรมก้าวหน้า” ยิ่งไม่เป็นที่สงสัยว่าย่อมต้องมีความต้องการในการใช้น้ำมาก ทั้งในด้านการเกษตรและด้านอุตสาหกรรม

?ในการปลูกทุเรียนเพื่อให้ได้คุณภาพนำเข้าจากจีน ต้องใช้น้ำ 300 ลิตร ต่อต้นต่อวัน คิดเป็นประมาณ 30,000 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อวัน

?อุตสาหกรรมไฟฟ้าที่ผลิตพลังงาน ต้องใช้น้ำ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อวัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี 80 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อวัน และอุตสาหกรรมยานยนต์ใช้ 60-70 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อวัน

?นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขึ้นของประชากรและการขยายตัวของเมืองใหม่ 33%

ผลกระทบที่ตามมาจึงทำให้เกิดความต้องการใช้น้ำมหาศาล ปริมาณน้ำในอ่างประแสร์ ซึ่งเป็นอ่างหลักที่จะจ่ายน้ำไปให้ยังอ่างอื่นๆ เหลือปริมาณน้อย และอาจทำให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำกินน้ำใช้ตามมาทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม ถ้าไม่รีบหาวิธีสนับสนุนการจัดการน้ำตอนนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาที่ไร้ทางออก

?แผนแก้สถานการณ์ ณ ขณะนี้

ทางภาครัฐมีมาตรการสร้างแหล่งน้ำสำรองไว้รับมือกับปัญหาภัยแล้ง และได้มีการเสนอแผนการต่างๆ เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนและปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการขาดแคลนน้ำ หนึ่งในนั้นคือการเสนอให้ Zoning พื้นที่การประมง ไม่ให้มีการเลี้ยงปลาและกุ้งกระจายไปทั่วจนอาจเกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำขึ้น เป็นต้น อีกวิธีการที่ใช้คือการสูบผันน้ำจากคลองสาธารณะมายังอ่างเก็บน้ำประแสร์ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำสำคัญในระยอง และในต้นปี 2565 นี้ ยังได้เผยโครงการศึกษาการผลิตน้ำจืดจากทะเล เพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงขาดแคลนน้ำใน EEC อีกด้วย

นอกเหนือจากนี้ยังอาจให้มีวิธีการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำโดยการพัฒนานวัตกรรม อาทิ การใช้เซนเซอร์ตรวจวัดปริมาณน้ำและอุณหภูมิดินที่เหมาะสมกับพืชเพื่อควบคุมการให้น้ำ การนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดการใช้น้ำ และการใช้เซนเซอร์มาตรวจวัดการรั่วไหลของน้ำประปาที่ใช้ในการอุปโภค-บริโภค เป็นต้น

?ยังมีกลยุทธ์อื่นอีกหรือไม่? เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ solution กลายเป็นจริง? แล้วเราจะทำให้การพัฒนาน้ำและการอุตสาหกรรมมีความสมดุลกันได้อย่างไร?

——————————-

อ้างอิง

ปัญหาเรื่อง ‘น้ำ’ ภาคตะวันออก โดย ดร.อรพินท์ เสริมประภาศิลป์ , อุตสาหกรรมภาคตะวันออก เสี่ยงขาดน้ำ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย, ปัจจัยที่มีผลต่อการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งด้วยข้อมูล ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญใน พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

สัมภาษณ์ ดร.สมนึก จงมีวศิน – นักวิชาการ EEC Watch (2 ก.ย. 2565)

ข่าวสาร/บทความล่าสุด

ติดตามพวกเราได้ที่